วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การทำปลากัดสี

สำหรับ เดือนแห่งความรักและเดือนของการเฉลิมฉลองวันตรุษจีนที่เพิ่งผ่านพ้นไปหมาดๆ นี้ ผมจึงขอหยิบยกเอาปลากัดสีแดงซึ่งเป็นสีตัวแทนแห่งความรักและความมีโชคมีชัย มาทักทายท่านผู้อ่านกันนะครับ  ปลากัดสีแดงที่ท่านได้เห็นในรูปนั้น ผมได้พัฒนามาจากพ่อพันธุ์สีส้มและแม่พันธุ์ที่มีสีแดงที่เป็นแดงเลือดหมู  เพื่อหวังว่าจะได้ลูกปลากัดทั้ง 2 สี ในครอกเดียวกัน  แต่แล้วก็ไม่เป็นดั่งที่ผมตั้งใจไว้  เพราะลูกปลากัดที่ได้ออกมานั้น  เป็นปลากัดสีแดงทั้งครอกเลยครับ  แต่หากว่าลูกปลากัดสีแดงที่ได้มานี้ เป็นสีแดงที่สดกว่าเก่า เนื่องจากมีพ่อพันธุ์เป็นสีส้ม  จึงได้ลูกปลากัดที่มีสีแดงสดขึ้นครับเพราะสีส้มของพ่อพันธุ์นั้นทำให้สีแดงเลือดหมูของตัวแม่พันธุ์จางลง  จึงได้ลูกปลากัดออกมามีสีแดงที่สดใสกว่าเดิม  ในบางครั้งการเพาะปลากัดก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดเสมอ  หลายๆครั้งที่ผมได้ทำมา บางอย่างก็ไม่ได้ใน F เดียว  แต่ถ้าเราเอาลูกปลากัดครอกนี้ผสมกันเอง  เราก็จะได้ลูกปลากัดหลุดออกมาเป็นสีส้มในรุ่นลูกถึงรุ่นหลานแน่นอนครับ 
ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับนักเพาะมือใหม่นะครับ  ผมขอแนะนำว่าการหาพ่อ-แม่พันธุ์ ถ้าเป็นปลากัดสวยงามสีเดี่ยวไม่ว่าจะเป็นสีดำ, แดง, ส้ม, เหลือง, ขาว(โอเปค)  ควรพิจารณาเลือกพ่อ-แม่พันธุ์ที่ไม่มีเมทัลลิคติด  ไม่มีเขม่าดำหรือตาข่ายดำหรือสีอื่นๆแทรกซ้อนมา  หรือถ้าหากมีก็ต้องให้มีน้อยที่สุดเท่าที่จะหาได้  โดยเฉพาะปลากัดสวยงามที่เป็นปลาหนัง  ไหนๆเมื่อพูดถึงเรื่องปลาหนังกันแล้ว  บางท่านเป็นมือใหม่อาจยังไม่ค่อยเข้าใจศัพท์คำว่าปลาหนังดีนัก  ผมจึงขอขยายความเพิ่มเติมนะครับ  ปลา กัดสีเดี่ยวที่เป็นประเภทปลาหนังก็ได้แก่ สีแดง, สีดำ, สีเหลือง, สีส้ม, สีขาว(โอเปค ) ที่เรียกว่าปลาหนังก็เพราะปลากัดจำพวกนี้เป็นปลากัดที่ไม่มีเมทัลลิคติ ดเคลือบครับ  ซึ่งจะไม่มีความเงางาม  สำหรับปลาหนังบางตัว เช่น ปลากัดสีแดง ถ้ามีเมทัลลิคติดที่ตัวก็จะดูไม่สวยเพราะเมทัลลิคส่วนใหญ่จะเป็นจุดน้ำเงินหรือสีเขียวครับ  ซึ่งจะทำให้ดูไม่เป็นปลากัดสีเดี่ยว  ยกเว้นปลากัดที่เป็นสีเดี่ยวประเภทเกล็ดเคลือบเงาเมทัลลิค  เช่น ปลากัดสีน้ำเงิน, สีเทา, สีเขียว,สีทอง  จัดเป็นจำพวกปลากัดที่มีสีเมทัลลิคเคลือบครับ   ดัง นั้นเราจึงควรหาพ่อแม่พันธุ์ให้ถูกต้องถูกประเภทครับ ซึ่งการทำปลากัดสีเดี่ยวนั้นมีความยากกว่าการทำปลากัดแฟนซีที่จะใช้สีอะไร ผสมกันก็ได้โดยไม่ต้องคำนึงว่าต้องหาพ่อแม่พันธุ์ที่มีลักษณะเป็นปลาหนัง หรือเป็นปลาที่เคลือบเมทัลลิค 
และถ้าพูดถึงปลากัดสีขาวโอเปคนั้น จะมีลักษณะเป็นสีขาวแป้งทึบแสง ไม่มีเมทัลลิคเคลือบ  จึงจัดอยู่ในประเภทปลาหนัง  ซึ่ง แตกต่างจากปลากัดสีขาวแพล็ตตินั่ม ซึ่งเป็นปลากัดสีเดี่ยวเช่นกัน แต่เป็นปลากัดสีเดี่ยวที่มีเกล็ดเคลือบเงา เป็นสีเดี่ยวทั้งตัวครับ  สำหรับในวันนี้ ท่านผู้อ่านที่เป็นผู้เพาะพันธุ์มือใหม่คงได้รับความรู้จากประสบการณ์ของผมไปไม่มากก็น้อยนะครับ  ฉบับหน้าเจอกันใหม่นะครับ

                                                                                                                จากลุงอ๋า (ปากน้ำ)

เอามาให้ดูเล่น




เทคนิคง่ายๆๆ ที่ใครทุกคนมองข้าม

เทคนิคเล็กๆน้อยๆครับที่ไม่ควรมองข้าม
1>การเลี้ยงปลาต้องดูแลระบบนำ้เลี้ยงให้ดีครับต้องหมั่นดูดขี้ปลาออกทุกๆวัน
เนื่องจากขี้ปลาถ้าปล่อยทิ้งไว้สักพักจะกลายเป็นตัวที่ก่อให้เกิดเชื้อโรคมากมาย
เน้นนะครับความสะอาดของน้ำเลี้ยงสำคัญมาก
2>การเลือกปลาเบื้องต้นต้องดูที่โครงสร้างเนื้อหนังต้องมาก่อน ถ้ามีโอกาสได้ดูการกัด ต้องมีแผลตาย แข็งท้ายน้ำเล่นปลาสดๆใหม่ๆดีกว่าอย่ายึดติดปลาเก่งที่ตัวเก่าแล้ว  จำนวนการซื้อปลาเอาแค่ทันเล่นพอ ปลาดีๆมีอีกเยอะครับ
3>การหมักต้องดูที่ส฿าพตัวปลาเป็นหลักอย่าไปกำหนดเวลาตายตัว
แต่ต้องไม่น้อยวันจนเกินไป
 เพราะปลาอาจจะยังไม่ลืมบ่อ จะกัดไม่สุดตัว
4>สูตรต่างๆที่ใช้หมักปลาต่างๆต้องศึกษาการใช้ให้ดีอาจทำให้เสียปลาตัวรักได้
    เช่น หูกวางต้องแห้งจริงๆ บางคนเก็บของปีนี้ให้เพื่อไว้ใช้ปีหน้ากันเลยทีเดียว
          สีเสียดก็ต้องเมื่อใส่น้ำแล้วทิ้งน้ำไว้อย่างน้อยๆ1-2 คืน          
          นี่คือเบื่องต้น ยังมีอื่นๆอีกมายมาย แค่ต้องการบอกว่าต้องศึกษาวิธีการใช้ให้ถูกต้องก่อนใช้
           ระหว่างหมักใส่ยาทีซีมัยซิน+เกลือทะเลลงนิดหน่อยก็ดีนะครับ 
5>การทำปลาให้ดุมีหลากหลายวิธี ตามที่ท่านอื่นได้แนะนำกันครับ
     แต่สำหรับวิธีผมการทำปลาให้ดุก็แค่นำปลาล่อใส่ในขวดโซดาเติมน้ำ1ใน3ส่วนของขวดโซดา
   แล้วนำมาวางเทียบกับโหลปลาเลี้ยง เช้า-เย็น ครั้งละ 3-5 นาที ต้องคอยระวังปลาเลี้ยงกัดโหลด้วย
   ปลาที่เลี้ยงจะวิ่งขึ้นลงหาปลาแล้วมาโฉบพองใต้น้ำ มันจะดุมากครับ ลองดู

6>การเลี้ยงเอากำลังปลา ก็มีหลากหลายวิธี ต้องทำใหพอดี อย่าให้มากหรือน้อยเกินจนเกินไป โดยต้องใช้วิธีการจดบันทึก
    เช่น เนื่องจากผมไม่มีเวลาไล่พานผมเลือกใช้วิธีวนน้ำและจะไม่พานตัวเมียเลย เนื่องจากหากไม่มีเวลาดูถ้าเกินความพอดีปลา
   จะอ้อนตัวเมีย 
อาจมีพาลบ้างเฉพาะวันแรกๆที่เริ่มเลี้ยงหลังจากที่วนน้ำเสร็จ สว่นการวนน้ำต้องเลือกโอ่งหรือถังปากกว้างๆ ส่วนอะไรคือความพอดี ต้องลองจดบันทึกก่อนนำไปกัด
   แล้วสังเกตดูครับ โดยเริ่มวนน้ำจากน้อยไปหามาก และพักปลากี่วัน จดบันทึกไว้ครับ เดี๋ยวก็เจอตำแหน่งพอดีเองครับ หลังจากออกกำลังเต็มที่แล้วก็ กินให้อิ่มๆ   อาหารที่ดี ลูกน้ำ หนอนแดง 
7> ปลาที่สมบูรณ์พร้อมกัด สังเกตุได้จากจะก่อหวอดละเอียดเป็นทรงพุ่มเท่าเหรีญสิบ เมื่อเปิดพองหรือ  จะต้องขี้และออกเป็นก้อนสีดำน้ำตาล หากพาลหรือไล่จะต้องไล่กัดลูกไล่หรือปลาพาล ยิ่งกัดเร็วยิ่งดี
ึุุ8>ต้องหมั่นเช็คปลาทุกๆครั้งก่อนกัดแพงนะครับ ไม่ดีอย่าฝืน เงิน ทอง หายาก 
ึ9>อย่าประมาทปลาคนอื่นและอย่ามั่นใจปลาตัวเองมากไป การเปรียบต้องช่วยตัวปลาด้วยครับ ปลากัดไม่มีแชมป์
10>ประสบการณ์เท่านั้นจะทำให้เราแกร่งขึ้นครับ   ;)

ปลากัดแก้มเขียว vs ปลากัดป่า


สูตร ให้ปลากัด เก่ง

                                         สูตรทำให้ปลากัดเก่ง



หมักปลากกัด



สำหรับปลาที่จะเลี้ยงเพื่อการแข่งขันหรือการกัดนั้น พอปลากัดอายุครบ 6 – 8 เดือน ให้เอาปลาขึ้นมาจากอ่างมาใส่ขวด เพื่อคัดเลือกปลากัด ดูว่าตัวไหนสมบูรณ์และมีลักษณะดีก็ให้คัดไว้ลงอ่างหมักที่ใช้ใบตองแห้งของกล้วยน้ำหว้าหรือใบหูกวางแช่อ่างหมักทิ้งไว้ 10 – 15 วันจึงนำเอาปลากัดขึ้นมา หากปลาตัวไหนอ้วนไปในระหว่างการหมักก็ให้อดอาหารปลากัดบ้างโดยวิธีการให้วันเว้นวัน เมื่อครบกำหนดแล้วปลาจะมีรูปร่างสมส่วน สวยงาม เกล็ดแน่น ผิวเป็นมันเรียบ ต่อจากนั้นค่อยนำปลามาใส่ขวดโหลและเริ่มฝึกได้ ในการฝึกปลาจะมีชื่อเรียกว่า “ลูกไล่” ให้หาขวดโหลมาตัดปากออกเพื่อสะดวกเวลาตักปลาแล้ว ให้เอาปลาตัวเมียเล็กๆ ขนาดอายุ 3-4 เดือน ประมาณ 5-6 ตัว ใส่ลงในโหล พอเช้าประมาณ 6-7 โมง ก็เป็นปลาที่เลี้ยงให้พองใส่กันประมาณ 1 นาที เมื่อเห็นว่าดุดีแล้วก็ตักใส่โหลลูกใหม่ปลาก็จะไล่กัดลูกไล่ไปรอบๆให้มันไล่อยู่ประมาณ 30 นาที ก็ให้ตักปลาตัวผู้ขึ้น การฝึกเช่นนี้จะทำให้ปลากัดของเราแรงดีแรงไม่ตก แล้วมาติดต่มกันต่อในบทความหน้านะครับ

กัดปลากัด ปืนกล vs เอ็มสิบหก


ประวัติความเป็นมาของปลากัด

ประวัติความเป็นมาของปลากัด
“ปลากัด”เป็นที่รู้จักกันดีของคนไทยมาเป็นเวลาช้านาน เนื่องจากว่าปลากัดมีลักษณะพิเศษ คือ เป็นปลานักสู้ ทรหด อดทน ซึ่งเป็นเหตุให้คนนำมา “กัดแข่งขันกัน” กลายเป็นเกมกีฬาที่คนไทยนิยมเล่นกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะคนในท้องถิ่นชนบท ว่ากันว่าเมื่อเสร็จจากงานประจำคือ อาชีพการเกษตร ผู้คนในแต่ละชุมชนตามชนบทต่าง ๆ มักจะหอบหิ้วเอาปลากัดตัวเก่งของตัวเองออกมากัดแข่งขันกัน
ในปี พ.ศ.2383 พระมหากษัตริย์ของประเทศไทย ได้มอบปลากัดแก่นายแพทย์ Theodor Cantor แห่ง Bengel Medical Service ผู้ซึ่งได้วาดภาพและบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับปลาชนิดนี้ไว้ ต่อมาในปี พ.ศ.2392 นาย นายแพทย์ Theodor Cantor ได้ตั้งชื่อปลาชนิดหนึ่งว่า Macropodus pugnax ,var. ซึ่งเกิดความผิดพลาดขึ้น เนื่องจากความสับสนระหว่างชนิดของปลาที่มีการค้นพบ จนกระทั้งปี พ.ศ.2452 C.Tate Regen ได้ทำการตรวจสอบอีกครั้ง และได้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ว่าBetta splendens ซึ่งคำว่า Betta มาจากคำว่า “Bettah” มาจากตำนานทางประวัติศาสตร์ หมายถึง ชนชาติของผู้ที่เป็นนักรบ ส่วนคำว่า Splendens มาจากคำว่า “Splen did” มีความหมายตรงกับคำว่า “Beautiful” ดังนั้นคำว่า “Betta Splens” จึงหมายถึง “นักรบผู้สง่างาม”
ปลากัดที่พบและสามารถรวบรวมข้อมูลได้ในปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 40 สายพันธุ์ที่พบในประเทศไทย มีไม่น้อยกว่า 11 สายพันธุ์ ดังนี้ Betta abbreviata,Betta anabatoides,Betta belliea,Betta cocina,Betta imbellis,Betta macrophthalma,Betta Persephone,Betta pugnax,Betta smaragdina,Betta splendens, และ Betta tessyae เป็นต้น ซึ่งปลากัดที่เรามักพบเห็นและเรียกเป็นปกติว่า “ปลากัด” นั้น ไม่ว่าจะเป็นปลากัดหม้อ หรือปลากัดจีนจะหมายถึงปลากัดที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Betta splendens และมีชื่อสามัญว่า Siamese Fighting Fish นั้นเอง